การพัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อยกระดับการบริหารจัดการและการตลาดของวิสาหกิจชุมชน
คณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยในการบริหารจัดการข้อมูลผลิตภัณฑ์ การประชาสัมพันธ์ การสื่อสารกับลูกค้า และการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าออนไลน์
การดำเนินงานใช้ กลุ่มจักสานบ้านท่าโรงตะวันตก ตำบลวัดพริก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เป็นวิสาหกิจชุมชนต้นแบบ โดยประยุกต์ใช้เว็บไซต์ ระบบบริหารจัดการสินค้า LINE และ AI Chatbot ให้ทำงานร่วมกัน เพื่อสนับสนุนการนำเสนอผลิตภัณฑ์ การรับคำสั่งซื้อ และการบริหารจัดการข้อมูลของชุมชนให้มีความสะดวกและเป็นระบบมากขึ้น สำหรับระเบียงเศรษฐกิจหลวงพระบาง อินโดจีน เมาะลำไย (LIMEC) เป็นหนึ่งในผลผลิตที่ได้ จากโครงการวิจัยปี พ.ศ. 2556 ภายใต้ชื่อ “การพัฒนายุทธศาสตร์โลจิสติกส์การคมนาคมทางบก ในเส้นทางภาคเหนือตอนล่าง ประเทศไทย–สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว–สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม–เขตปกครองตนเองกว่างซี สาธารณรัฐประชาชนจีน” ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจาก สำนักงานวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) โดยได้มีการนำเอาผลการศึกษาของโครงการวิจัยฯ มาใช้เป็นตัวการกำหนดแผนแม่บทและยุทธศาสตร์ในการกำหนดทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) รวมถึงเป็นการขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจหลวงพระบาง อินโดจีน เมาะลำไย (LIMEC) ให้เกิดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน อาทิเช่น การจัดตั้งคณะกรรมการ LIMEC การจัดประชุมนานาชาติ การจัดประชุมวิชาการนานาชาติ การทำวิจัยเกี่ยวข้องกับ LIMEC และ การลงนามร่วมกันระหว่าง 3 ประเทศสมาชิกในบันทึกความเข้าใจในการขับเคลื่อนและสนับสนุน การดำเนินงานโครงการและกิจกรรมต่างๆ เป็นต้น (มหาวิทยาลัยนเรศวร, 2564) ดังแสดงในรูปที่ 1-2 นอกจากนี้ ในการประชุม ครม.สัญจร ณ จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2561 ได้มีมติขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ด้านการเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจ หลวงพระบาง-อินโดจีน – เมาะลำไย (LIMEC) โดยมีเป้าหมายยกระดับโครงข่ายคมนาคมขนส่งและ ระบบโลจิสติกส์จากกลุ่มจังหวัดฯ สู่ภูมิภาคและอาเซียน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาโครงข่ายการคมนาคม ที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น 1) การพัฒนาทางหลวงหมายเลข 12 เส้นทางแม่สอด-มุกดาหาร (777 กิโลเมตร) ปัจจุบันขยายเป็น 4 ช่องจราจรแล้ว 427 กิโลเมตร อยู่ระหว่างก่อสร้าง 133 กิโลเมตร ยังคงเหลือเส้นทางถนนขนาด 2 ช่องจราจรอีกเพียง 81 กิโลเมตร และ 2) การพัฒนาทางหลวงหมายเลข 117 เส้นทาง จังหวัดอุตรดิตถ์-จุดผ่านแดนถาวรภูดู่ (148 กิโลเมตร) ปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการบางช่วงแล้ว ในปีงบประมาณ 2564 แต่ยังมีอีกบางช่วงที่ยังอยู่ระหว่างรอผลการพิจารณาผลการศึกษาผลกระทบ ด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) เป็นต้น (แผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 (พ.ศ.2566 – 2570))
องค์ความรู้จากการดำเนินงานดังกล่าวเป็น 1 ใน 3 ผลงานที่นำมาถ่ายทอดองค์ความรู้ ภายใต้โครงการถ่ายทอดองค์ความรู้งานวิจัยและบริการวิชาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งมุ่งพัฒนาสื่อและเผยแพร่องค์ความรู้ผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อให้บุคลากร หน่วยงานภายนอก ชุมชน และผู้สนใจสามารถเข้าถึงและนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้
จุดประสงค์
เพื่อพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการสนับสนุนการบริหารจัดการและการตลาดของวิสาหกิจชุมชน โดยเพิ่มช่องทางการนำเสนอและประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ รวมถึงช่วยให้ชุมชนสามารถจัดการข้อมูลสินค้า สื่อสารกับลูกค้า และรับคำสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างสะดวกมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมุ่งถ่ายทอดแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้แก่ชุมชนและผู้สนใจ เพื่อเป็นกรณีศึกษาและสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์หรือต่อยอดให้เหมาะสมกับบริบทของวิสาหกิจชุมชนอื่นได้ ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการหลักในการพัฒนาสื่อและเผยแพร่องค์ความรู้งานวิจัยและบริการวิชาการผ่านช่องทางออนไลน์
สรุปผลการดำเนินงาน
จากการดำเนินงานได้พัฒนาระบบดิจิทัลต้นแบบสำหรับสนับสนุนการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชน โดยเชื่อมโยง เว็บไซต์และ LINE เพื่อเป็นช่องทางในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ สอบถามข้อมูล และสั่งซื้อสินค้า พร้อมทั้งพัฒนาระบบสำหรับเจ้าหน้าที่ในการเพิ่มและแก้ไขข้อมูลผลิตภัณฑ์ รวมถึงฟังก์ชันสนับสนุนการบริหารจัดการ เช่น Dashboard ภาพรวม การจัดการสมาชิกและสิทธิ์ และสมุดบัญชีกลาง มีการนำ AI Chatbot มาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการให้ข้อมูลและการสื่อสารกับลูกค้า เช่น การสอบถามข้อมูลสินค้า การแนะนำผลิตภัณฑ์ และการเข้าถึงรายการสินค้า ตลอดจนประยุกต์ใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยในการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์สำหรับเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์
ผลจากการดำเนินงานทำให้เกิด ต้นแบบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับวิสาหกิจชุมชน ที่ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการข้อมูลผลิตภัณฑ์ การประชาสัมพันธ์ การสื่อสารกับลูกค้า ไปจนถึงการสนับสนุนการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ ซึ่งสามารถนำองค์ความรู้และแนวทางที่ได้ไปใช้เป็นกรณีศึกษาสำหรับการพัฒนาและต่อยอดกับวิสาหกิจชุมชนอื่นในอนาคตได้






